Stenhammar’s Piano Concerto No.1 : เพชรน้ำงามจากเวนิสแห่งสแกนดิเนเวีย
posted on 02 Mar 2011 23:49 by theantarctica in ConcertoStenhammar’s Piano Concerto No.1 in B flat minor, Op.1:

Carl Wilhelm Eugen Stenhammar (1871 – 1927)
หากกล่าวถึงบทเพลงเปียโนคอนแชร์โตจากดุริยกวีชาวสแกนดิเนเวียแล้วเปียโนคอนแชร์โตบทเดียวของ Edvard Greig (1843 – 1907) น่าจะเป็นชื่อแรกๆที่ผู้ฟังหลายๆท่านนึกออก หากจะถามว่านอกบทเพลงจากเปียโนคอนแชร์โตบทของ Greig แล้วยังมีบทอื่นอีกหรือไม่ หลายๆท่านคงจะคิดหนักเลยทีเดียว แท้จริงแล้วบทเพลงเปียโนคอนแชร์โตจากแถบดินแดนยุโรปเหนือนั้นมีให้เลือกฟังเลือกศึกษาอยู่หลายบท หนึ่งในนั้นก็คือ Piano Concerto No.1 in B flat minor, Op.1 ของศิลปินชาวสวีเดน Wilhelm Stenhammar (1871 – 1927) ซึ่งผมเชื่อว่านักฟังหลายท่านจะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน นักวิจารณ์บางท่านถึงกับกล่าวว่านี่คือบทเพลงเปียโนคอนแชร์โตหมายเลขสามของ Brahms เลยทีเดียว (หากผู้อ่านท่านใดยังไม่เคยฟังบทเพลงนี้อาจจะลองเปิดฟังคลอไปด้วยก็ได้ครับตามลิงค์ด้านล่าง)
ชื่อของ Stenhammar อาจจะยังไม่คุ้นหูผู้ฟังบางท่านนัก ดุริยกวีท่านนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นผู้นำทางดนตรีสมัยปลายสมัยโรแมนติกถึงต้นศตวรรษที่ 20 ของประเทศสวีเดนก็ว่าได้ Stenhammar เกิดในกรุงสต็อกโฮล์มเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1871 ภายหลังได้ไปร่ำเรียนเปียโนที่กรุงเบอร์ลินประเทศเยอรมันก่อนจะกลับมาประกอบอาชีพส่วนใหญ่ในประเทศบ้านเกิดจนถึงแก่กรรมในปี ค.ศ. 1927 ณ เมือง Jonsered ผลงานชิ้นเอกของเขา อาทิเช่น บทเพลง Symphony No.2 in G minor, Op.34 ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยดนตรีพื้นบ้าน บทเพลง Serenade for Orchestra, Op.31, และบทเพลง string quartet จำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ Stenhammar ยังประพันธ์บทเพลง piano sonata, violin sonata, เพลงขับร้อง รวมถึงบทโอเปร่าไว้อีกด้วย
นอกจากจะเป็นนักประพันธ์แล้ว Stenhammar ยังเป็นนักเปียโนที่เก่งกาจ โดยเป็นผู้บรรเลงบทเพลงเปียโนคอนแชร์โตหมายเลขหนึ่งของ Johannes Brahms (1833 - 1897) รอบปฐมทัศน์ในสวีเดน ว่ากันว่าการที่บทเพลงของเขาไม่เป็นที่แพร่หลายก็เพราะผู้คนส่วนใหญ่รู้จักคีตกวีท่านนี้ในนามของนักเปียโนที่มีคิวการแสดงยาวเยียด อีกทั้ง Stenhammar นำผลงานของตัวเองออกแสดงไม่บ่อยครั้งนักเนื่องจากป็นคนถ่อมตัวและชอบวิจารณ์ตนเอง
ผู้คนส่วนใหญ่รู้จัก Stenhammar เป็นอย่างดีในฐานะวาทยากรหลักให้กับวง Gothenburg Symphony Orchestra (GSO) และรับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ให้กับวงในระหว่างปี ค.ศ. 1906 – 1922 อีกด้วย (principal conductor คนปัจจุบันของ GSO คือ Gustavo Dudamel) Stenhammar อำนวยเพลงรอบปฐมทัศน์ของผลงานหลายชิ้นโดย Nielsen, Sibelius, Reger และ Mahler
Stenhammar ประพันธ์เปียโนคอนแชร์โตบทแรกของเขาเสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 1893 ในขณะที่มีอายุ 22 ปี ถือได้ว่าเพลงนี้เป็นการประกาศศักดิ์ดาการเป็นนักประพันธ์เพลงของ Stenhammar ได้เลยทีเดียว หลังจากการแสดงรอบปฐมทัศน์ ณ Royal Theatre ในกรุงสต็อกโฮล์มในวันที่ 17 มีนาคมปีนั้น โดยมี Stenhammar เป็นผู้เดี่ยวเปียโนเอง Adolf Lindgren นักวิจารณ์ดนตรีแถวหน้าของสวีเดนในขณะนั้นได้บรรยายในหนังสือพิมพ์ Aftonbladet (รู้จักในอีกชื่อหนึ่งคือ The Evening Press) ว่า “นักประพันธ์ชั้นนำคนใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นในสวีเดนแล้ว” Lindgren ยังกล่าวอีกว่ายังไม่มีนักแสดงชาวสวีเดนหน้าใหม่คนไหนที่ทำให้เขาประทับใจได้เท่านี้
Olallo Morales (1874 – 1957) นักประพันธ์เพลง วาทยากร และนักเปียโนชาวสวีเดนเชื้อสายสเปนซึ่งเคยเป็นศิษย์ของ Stenhammar ได้กล่าวชมบทเพลงนี้ไว้ว่า “บทเพลงเปียโนคอนแชร์โตบทนี้เป็นบทดุริยางค์ที่เอิกเกริกยิ่งนัก เป็นบทเพลงที่อิ่มเอมไปด้วยความปลาบปิติของวัยหนุ่มซึ่งกอปรด้วยสรรพเสียงแห่งสแกนดิเนเวีย อีกทั้งมีความเป็นโรแมนติกอย่างเข้มข้น และเต็มเปี่ยมไปด้วยความงามและแรงบันดาลใจ ถึงแม้ว่าบทเพลงนี้จะมีลักษณะของ Sturm und Drang (เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่รุนแรง) แต่ก็เป็นสิ่งที่น่าทึ่งในเชิงของโครงสร้างที่มั่นคง นี่เป็นผลงานชิ้นเอกของศิลปินหนุ่มอย่างแท้จริง”
ในช่วงปี ค.ศ. 1894 – 1908 Stenhammar นำผลงานชิ้นนี้ออกแสดงราว 15 – 20 ครั้งภายใต้การอำนวยเพลงและการบรรเลงของวาทยากรและวงดุริยางค์ที่มีชื่อเสียงมากมาย อาทิเช่น Richard Strauss กับวง Berlin Philharmonic Orchestra, Hans Richter กับวง Halle Orchestra รวมถึงผู้อำนวยเพลงท่านอื่นๆอย่าง Arthur Nikisch, Karl Muck และ Filix Weingartner
จริงๆแล้ว Stenhammar ประพันธ์บทเพลงเปียโนคอนแชร์โตไว้สองบท โดยบทที่สอง (Piano Concerto No.2 in D minor, Op 23) ดูเหมือนได้รับความนิยมมากกว่า ทั้งนี้อาจเป็นเพราะนักฟังหลายท่านเห็นว่าเป็นบทเพลงที่แสดงให้เห็นถึงสำเนียงที่เป็นอัตลักษณ์ของ Stenhammar ได้มากกว่าบทเพลงเปียโนคอนแชร์โตบทแรก นักวิจารณ์หลายท่านชี้ให้เห็นถึงอิทธิพลของคีตกวีท่านอื่นในงานชิ้นนี้หลายแห่ง อาทิเช่น โครงสร้างที่มีสี่ กระบวนซึ่งคล้ายกับบทเพลง Piano Concerto No. 2 in B flat major ของ Brahms ความคล่องแคล่วร่าเริงของท่อนที่สอง (Vivacissimo) ซึ่งคล้ายกับท่อน Scherzo ในบทเพลง Piano Concerto No.2 in G minor, Op.22 ของ Camille Saint-Saens (1835 – 1921) และคล้ายกับบทเพลง Piano Concerto in A minor, Op.54 ของ Robert Schumann (1810 – 1907) ในเชิงของการเกื้อกูลกันระหว่างเปียโนและวงดุริยางค์และท่อน cadenza ที่เน้นการแสดงออกถึงอารมณ์สุนทรีย์มากกว่าการโชว์เทคนิค (Stehammar แทรก cadenza ขนาดกะทัดรัดไว้ตอนท้ายของกระบวนที่หนึ่ง)
ทิวทัศน์กรุงสต็อกโฮล์มช่วงต้นคริศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นเวลาใกล้เคียงกับที่ Stenhammar ประพันธ์เพลงเปียโนคอนแชร์โตบทแรก การที่กรุงสต็อกโฮล์มมีอ่าวและเกาะแก่งมากมายจึงเป็นที่มาของฉายาเวนิสแห่งยุโรปเหนือ
ผมคงไม่กล่าวลึกลงไปในรายละเอียดของแต่ละท่อนมากนักเพราะหาข้อมูลอ้างอิงยากเหลือเกิน ครั้นจะมาจำแนกเองก็เกรงว่าจะให้ข้อมูลผิดๆไป เอาเป็นว่าจะหยิบยกข้อมูลที่น่าสนใจและสรุปคร่าวๆแล้วกันนะครับ Piano Concerto No.1 in B flat minor, Op.1 ประกอบด้วยสี่กระบวนดังนี้ Molto moderato e maestoso, Vivacissimo, Andante และ Allegro commodo – Andante con moto มีความยาวประมาณ 45 นาที
ในท่อนแรก Molto moderato e maestoso บทเพลงเริ่มบรรเลงด้วนคอร์ดสองคอร์ดที่น่าจะทำให้ผู้อ่านนึกถึงบทเพลง Tragic Overture, Op.81 ของ Brahms เพราะมันช่างคล้ายคลึงกันเหลือเกิน แต่ผมก็ไม่ทราบว่าได้ว่าแท้จริงแล้ว Stenhammar ได้แรงบันดาลใจมาจากบทเพลงนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามภายหลังคอร์ดสองคอร์ดนี้ได้ขยับขยายกลายเป็นทำนองหลักที่ดูสง่างามน่าเกรงขาม ผู้รู้หลายท่านตั้งข้อสังเกตว่าในกระบวนนี้มีกลิ่นไอของ Brahms อยู่หลายแห่ง อาทิเช่น การที่คอร์ดสองคอร์ดที่บรรเลงโดยวงดุริยางค์ในตอนต้นได้รับการตอบรับด้วยเสียงเปียโน ซึ่งคล้ายกับบทเพลงเปียโนคอนแชร์โตหมายเลขสองของดุริยกวียักษ์ใหญ่ชาวเยอรมันท่านนี้อย่างมาก Stenhammar อาจจะได้รับอิทธิพลในเชิงของแนวความคิด แต่หากพิจารณากันจริงๆแล้วกลยุทธ์นี้ก็ไม่ได้เหมือนกับ Brahms สักทีเดียว สังเกตได้จากการตอบรับของเสียงเปียในบทเพลงเปียโนคอนแชร์โตของ Brahms นั้นเป็นดั่งเสียงสะท้อนหรือเป็นการตอบรับต่อวงดุริยางค์สั้นๆ ในขณะที่การตอบรับของเปียโนในบทเพลงของ Stenhammar นั้นหนักแน่และยืดขยายออกไปอีกมาก ตรงส่วนนี้อาจฟังดูเป็น cadenza ย่อมๆ เลยก็ว่าได้
เป็นความจริงที่ Stenhammar เทิดทูน Brahms เป็นอย่างมาก ในช่วงที่เขานำบทเพลงเปียโนคอนแชร์โตบทแรกของ Brahms ออกแสดงรอบปฐมทัศน์ Stenhammar เคยกล่าวต่อสาธารณชนในทำนองที่ว่าเขาเป็นผู้เจริญรอยตาม Brahms (อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าเวลาฟังเพลงใหม่ๆนั้นเราไม่ควรยึดติดกับเพลงที่เราคุ้นหู หรือทำการเปรียบเทียบในทันที แต่ควรจะปล่อยใจให้ซึมซับไปกับเสียงดนตรีที่ได้ยินจะเป็นการดีเสียกว่า เช่นนี้จะไม่เป็นการเสียอรรถรสในการฟังอีกด้วย)
โดยรวมแล้วท่อน Molto moderato e maestoso เป็นกระบวนที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ฟังแล้วรู้สึกฮึกเหิม แต่ก็แทรกความอ่อนหวานเอาไว้ เป็นกระบวนบ่งบอกถึงความเป็นวัยหนุ่มของผู้ประพันธ์ได้เป็นอย่างดี
กระบวนที่สอง Vivacissimo เป็นการะบวนสั้นๆฟังสบายๆในบันใดเสียง F-sharp major กระบวนที่สาม Andante ในบันใดเสียง D major มีลักษณะสงบนิ่งรำพึงรำพัน โดยมีทำนองหลักอยู่สองทำนอง เริ่มบรรเลงทำนองหลักโดยแตร French horn มีทำนองโหยหา ส่วนทำนองที่สองมีลักษณะอ่อนหวานจับใจ สำหรับตัวผมแล้วท่อนนี้เป็นท่อนช้าของเพลงเปียโนคอนแชร์โตที่งดงามที่สุดท่อนหนึ่ง
กระบวนสุดท้าย Allegro commodo – Andante con moto ท่อนนี้เป็นเหมือนกับการรวมเอาบทเพลงสองเพลงมาเชื่อมติดต่อกัน บทเพลงเริ่มด้วยทำนองที่กระฉับกระเฉงในบันใดเสียง B flat minor ส่วนนี้ฟังดูคล้ายเพลง Rondo หนักๆฟังดูน่าเกรงขาม ในตอนกลางกระบวน Stenhammar ได้นำเสนอทำนองใหม่ซึ่งเปลี่ยนจากความกระฉับกระเฉงเป็นความสงบนิ่งและอ่อนช้อยขึ้น โดย Stenhammar ได้นำทำนองตรงส่วนนี้มาจากเพลงขับร้อง Lutad mot gardet, Op.8 No.1 ที่เขาประพันธ์ขึ้นเอง ในส่วนของ coda ที่ค่อนข้างยาว Stenhammar นำบทเพลงทั้งสองมาสรุปอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะจบเปียโนคอนแชร์โตบทนี้อย่างสงบ
ท่านผู้อ่านสามารถเลือกฟังเปียโนคอนแชร์โตบทนี้ได้สองเวอร์ชั่น โดยเวอร์ชั่นแรกเป็นฉบับดั้งเดิมของ Stenhammar และเวอร์ชั่นที่สองเป็นฉบับที่เรียบเรียงเสียงวงดุริยางค์โดย Kurt Atterberg (1887-1947) ซึ่งเป็นดุริยกวีแนวหน้าชาวสวีเดนอีกท่านหนึ่ง ทั้งนี้เนื่องจากเชื่อกันว่าสกอร์ฉบับดั้งเดิมถูกทำลายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดยตอนนั้นสกอร์ที่หลงเหลืออยู่มีเพียงฉบับสำหรับเปียโนสองหลังเท่านั้น ต่อมา Helga Stenhammar ภรรยาม่ายของเขาได้จึงขอให้ Atterberg ช่วยเรียบเรียงสกอร์สำหรับวงดุริยางค์ขึ้นมาใหม่ ส่วนสกอร์ฉบับดั้งเดิมพึ่งถูกค้นพบเมื่อต้นคริศตวรรษที่ 20 นี่เองหลังจากที่เชื่อว่าสูญหายไปราว 50 ปี
ฉบับของ Atterberg สามารถหาฟังได้จากแผ่นบันทึกเสียงของวง Gothenburg Symphony Orchestra โดยมี Irene Mannheimer เป็นผู้เดียวเปียโน อำนวยเพลงโดย Charles Dutoit แผ่นสังกัดค่าย Sterling ผมยังไม่เคยฟังเวอร์ชั่นนี้แต่คาดว่ามีความน่าสนใจไม่น้อยไปกว่าสกอร์ฉบับดั้งเดิมเพราะ Atterberg เป็นนักเรียบเรียงเสียงให้วงดุริยางค์มือฉมังคนหนึ่ง Atterberg เองได้ประพันธ์เพลงเปียโนคอนแชร์โตอันไพเราะไว้หนึ่งบทเช่นกันซึ้งผมอยากจะนำเสนออีกครั้งหนึ่งในโอกาสต่อไป
แม้ว่าบทเพลง Piano Concerto No.1 in B flat minor, Op.1 ของ Stenhammar จะไม่ได้รับความนิยมเท่าเพลง Piano Concerto No.1 in B flat minor, Op.23 ของ Tchaikovsky แต่สำหรับท่านผู้อ่านที่อยากจะหาอะไรแปลกใหม่นอกจากเปียโนคอนแชร์โตของ Brahms, Schumann, Greig หรือ Chopin อาจจะลองปันใจให้เพลงของ Stenhammar สักนิดเพื่อเพิ่มรสชาติการฟังเพลงคลาสสิกก็จะดีไม่น้อยทีเดียว
- @@@ -
แหล่งข้อมูลประกอบการเขียน
CD Booklets: Essay by Allan B. Ho, PhD, Wilhelm Stenhammar: The Two Symphonies, The Two Piano Concertos and other orchestral music, BIS CD-714/716
Essay by Andrew Manze , The Romantic Piano Concerto Vol. 49 – Stenhammar, Hyperion CDA67750
Website: http://en.wikipedia.org/wiki/Wilhelm_Stenhammar
ภาพประกอบ
http://svt.se/2.4041/1.84624/stenhammars_serenad
http://www.gamla-stan-stockholm.se/kort-gamla-stan.php- 333 -
เพลงนี้สามารถหาฟังได้จาก YouTube ครับ ตามลิงค์ข้างล่างเลย มีครบ 4 ท่อน เป็นสกอร์ฉบับดั้งเดิมครับ
http://www.youtube.com/watch?v=3gS_9ivM9Ao&playnext=1&list=PL347034EE6EE889F6 ท่อน 1 ส่วนที่ 1
http://www.youtube.com/watch?v=7l74n3BoGcA&feature=related ท่อน 1 ส่วนที่ 2
http://www.youtube.com/watch?v=PAg8xE6kXko&feature=related ท่อน 2
http://www.youtube.com/watch?v=QPNKEMKo7YY&feature=related ท่อน 3 ส่วนที่ 1
http://www.youtube.com/watch?v=6zBg8iLuUj4&feature=related ท่อน 3 ส่วนที่ 2
http://www.youtube.com/watch?v=t2vCN8dQKL8&feature=related ท่อน 4 ส่วนที่ 1
http://www.youtube.com/watch?v=XPWD0chFsSw&feature=related ท่อน 4 ส่วนที่ 2
หากใครอยากหาแผ่นบันทึกเสียงมาฟังก็ลองหาดูในเน็ตได้เลยครับ รู้สึกจะมีบันทึกอยู่ไม่กี่แผ่น ว่ากันว่าแผ่นที่เด็ดสุดเป็นแผ่นของค่าย Chandos บรรเลงโดยวง Stockholm Philharmonic Orchestra อำนวยเพลงโดย Gennadi Rozhdestvensky และ Mats Widlund เป็นผู้บรรเลงเปียโน (ก็คือใน Youtube นั่นเอง)
ส่วนตัวผมชอบแผ่นที่บรรเลงโดยวง Helsingborg Symphony Orchestra อำนวยเพลงโดย Andrew Manze เดี่ยวเปียโนโดย Seta Tanyel สังกัด Hyperion
ถ้าฟังจบแล้วลองฟังหมายเลขสองต่อเลยครับไพเราะไม่แพ้กัน
edit @ 3 Mar 2011 00:11:36 by the Antarctica
edit @ 4 Mar 2011 11:24:56 by the Antarctica